เดินทางจาก Tbilisi ไป Mestia

สำหรับท่านที่ต้องการเดินทางไป Mestia จากเมืองหลวงนั้นสามารถเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะมีให้บริการที่ station square 2 ทาง คือ

1.รถตู้ รถออก ประมาณ 16:00-17:00 แนะนำให้ไปจองล่วงหน้าก่อนเดินทางสองสามวันเพราะรถอาจจะเต็ม

2.รถไฟรอบกลางคืน Tbilisi-Zugdidi 21:45 และ 22:15 แล้วต่อรถตู้จาก Zugdidi ไป Mestia แอดมินแนะนำเดินทางด้วยวิธีนี้เพราะจะได้ประหยัดค่าที่พักไปอีกหนึ่งคืนค่ะ โดยจองล่วงหน้าก่อนเดินทางสองสามวัน

ส่วนสายการบินที่บินไป Mestia สามารถเช็คได้จาก https://ticket.vanillasky.ge/

วิถีคนเลี้ยงแกะแห่งคอเคซัส

ขณะที่เรากำลังจะเข้าสู่ยุค 5Gในอีกไม่ช้า อีกมุมหนึ่งของโลกท่ามกลางความสลับซับซ้อนของเทือกเขาคอเคซัส ยังคงมีวิถีชีวิตดั้งเดิมซ่อนอยู่ แอดมินมีเรื่องราวของคนเลี้ยงแกะมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

ช่วงตุลาคมของทุกปี คนเลี้ยงแกะใน Tusheti ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจอร์เจีย จะอพยพฝูงแกะนับพันตัวจากภูเขาสูงชันมายังที่ราบ โดยผ่านเส้นทางที่คดเคี้ยว อันตราย ใช้เวลาเดินทางทั้งหมด 3 วัน ภาพที่จะนำเสนอต่อไปนี้ ถูกบันทึกไว้เมื่อปี 2017 โดยมีช่างภาพ ชื่อ Amos Chapple จาก Radio Free Europe ถ่ายภาพไว้ตั้งแต่เริ่มออกเดินทางจนกระทั่งสิ้นสุดการเดินทาง ดังต่อไปนี้


ในชุมชน Tusheti ช่วงฤดูร้อนมีหญ้าสีเขียวขจีเหมาะสำหรับฝูงแกะแทะเล็ม แต่เมื่อฤดูใบไม้ร่วงมาเยือนในช่วงต้นเดือนตุลาคมคนเลี้ยงแกะใน Tusheti จะเริ่มอพยพฝูงแกะลงสู่ที่ราบก่อนที่ความหนาวจะเข้ามาปกคลุม

การเดินทางเริ่มต้นจากการมุ่งหน้าสู่ Abano Pass ที่มีความสูงถึง 2,800 เมตร
ซึ่งช่วงเช้าเดินบนถนนที่ใช้คดเคี้ยวผ่านทะเลสาบอัลไพน์ วิวงดงามเช่นนี้ยากที่คนภายนอกจะได้เห็น
ในการอพยพครั้งนี้มีฝูงแกะจำนวน 1,200 ตัว และชายเลี้ยงแกะหลายสิบคน โดยพวกเขาจะใช้เวลาสามวันจากหมู่บ้านไปยังที่ราบ

สมาชิกใหม่และน่าเอ็นดูของทริปนี้ คือ สุนัขพันธุ์จอร์เจียวัยสามเดือนที่ถูกแม่ทิ้งไว้ ชื่อ “Georgik” 
Georgik วิ่งไปพร้อมกับฝูงแกะ ข้ามทางลำธารเล็กๆ ที่ไหลมาจากภูเขา
ผู้นำคนเลี้ยงแกะในทริปนี้ คือ Sulkhan Gigoidze เมื่อเขาอายุ 29 ปี ได้ลาออกจากสถาบันเทคนิคมาเป็นคนเลี้ยงแกะ ด้วยเหตุผลว่า ไม่ต้องการอยู่ท่ามกลางผู้คน
สุนัขจอร์เจียสายพันธุ์โบราณ ทำหน้าที่ต้อนฝูงแกะให้เดินเป็นระเบียบและปกป้องฝูงแกะจากหมาป่า
พวกเขากำลังปีนขึ้นสู่ Abano Pass ซึ่งเป็นถนนสายหนึ่งที่ในอันตรายที่สุดในโลก ซึ่งอุปกรณ์ในการต้อนฝูงแกะมีเพียงไม้และสุนัขเท่านั้น
กลุ่มคนเลี้ยงแกะได้หยุดพักรับประทานอาหารกลางวัน ประกอบด้วย Khingali ไส้ชีสแกะ (คล้ายเสี่ยวหลงเปา) ขนมปัง และปลากระป๋อง
ชายเลี้ยงแกะแบ่ง “ chacha” เหล้ารสเข้มข้นที่ทำจากวัตถุดิบที่เหลือจากการผลิตไวน์ ในการดื่มแต่ละครั้งพวกเขาจะชนแก้ว โดยครั้งแรกดื่มให้ภูเขาลูกนี้ สองดื่มให้แขกผู้มาเยือน และสามดื่มให้เพื่อนผู้เสียชีวิตเมื่อไม่นานมานี้บนถนนที่พวกเขากำลังจะเดินทางไป
สมาชิกบางตัวอายุน้อยเกินกว่าที่จะเดินทางด้วยตัวเอง แต่ก็ต้องเดินทางหนีความหนาวไปที่ราบพร้อมกับฝูงแกะ
กอดกันไว้ ให้ร่างกายอบอุ่น
ชายเลี้ยงแกะและม้าคู่ใจ
ฝูงแกะเดินเบียดเสียดไปตามถนนแคบ ๆ โดยมีสุนัขคอยต้อนและป้องกันภัยจากหมาป่า
ระหว่างทางได้พบรถกวาดถนน นั่นเป็นนิมิตหมายว่าหนทางข้างหน้ากำลังมีหิมะตกหนัก
ประมาณร้อยละ 85 ของแกะฝูงนี้เป็นเพศเมีย แกะ Tusheti มีชื่อเสียงเรื่องเนื้อแน่นและนุ่ม ส่วนขนแกะนั้นมีลักษณะหยาบเกินกว่าที่จะนำไปขาย มักจะถูกเผาทิ้งหลังจากตัดเสร็จ แกะสายพันธุ์นี้มีชั้นไขมันอยู่เหนือขาหลังซึ่งทำหน้าที่เป็นพลังงานสำรองชนิดหนึ่ง แกะแต่ละตัวมีราคาประมาณ 2,000 บาท
เมื่อพวกเขาเดินทางต่อไปก็มีฝนตกปรอย และหิมะตกหนักขึ้นเรื่อยๆ
ลมหนาวโหมกระหน่ำมายังฝูงแกะ เมื่อไม่มีที่พักพิง พวกเขาทำได้เพียงต้อนฝูงแกะไปข้างหน้าเพื่อที่จะได้รับความอบอุ่นจากที่ราบโดยเร็วที่สุด
เมื่อเดินถึงจุดที่ปิดถนน พวกเขาต้องเดินเลี่ยงมาทางลาดชันที่มีหิมะ ค่อนข้างลื่น จึงต้องใช้ไม้ช่วยค้ำขณะเดิน
ฝูงแกะกลับมาที่ถนนอีกครั้ง แต่เป็นช่วงสั้น ๆ ซึ่งการแข่งกับเวลาก่อนที่ความมืดจะมาเยือนในไม่ช้า
Georgik เหนื่อยล้า ง่วงนอน และหวาดกลัวที่จะเดินบริเวณลาดชันของภูเขา ชายเลี้ยงแกะจึงช่วยพาข้ามเส้นทางที่คดเคี้ยวนั้น
ฝูงแกะเดินตามแนวต้นไม้ แล้วกระโดดลงมาทางลาดจากที่สูงชันได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ยามตะวันรอนอ่อนแสง เด็กเลี้ยงแกะมือใหม่ก็เริ่มอ่อนล้า
12 ชั่วโมง ผ่านไป พบว่าแกะหายไป 8 ตัว
ชายเลี้ยงแกะคาดว่าแกะที่บาดเจ็บ หรืออ่อนล้าอาจจะถูกหมาป่าคาบไป
ตอนกลางคืนกลุ่มคนเลี้ยงแกะ สร้างแคมป์ที่พัก และดื่ม chacha ก่อนจะไปขดตัวในถุงนอน
ส่วน Georgik ตัวน้อย ได้แอบเข้าไปซุกตัวอยู่ในถุงนอนของชายเลี้ยงแกะคนหนึ่ง
สีสันของฤดูใบไม้ร่วงบนทางลาดชันของภูเขาในภูมิภาค Tusheti
วันต่อมาฝูงแกะย้ายเข้าสู่งที่ราบ สิ่งที่สำคัญอันดับแรกสำหรับคนเลี้ยงแกะ
คือ การดื่มเบียร์เย็น ๆ จากร้านค้าในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง
ฝูงแกะจะใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์ในทุ่งหญ้าแห่งนี้เพื่อทำความคุ้นเคยกับสภาพอากาศ จากนั้นจะเดินทางต่อไปอีกประมาณ 200 กม. ไปยังทุ่งหญ้าบริเวณชายแดนประเทศอาเซอร์ไบจาน
การเดินทางที่ยากลำบากที่สุดของ Georgik ผ่านพ้นไปแล้ว และในฤดูใบไม้ผลิพวกเขา
จะการเดินทางกลับสู่ภูเขาบนเส้นทางเดิม ในเวลานั้นเขาจะเป็นสุนัขที่โตเต็มที่
ซึ่งจะตัวใหญ่เกินกว่าจะแอบเข้าไปในถุงนอนของคนเลี้ยงแกะอีกต่อไป

Photo credit: Amos Chapple / Radio Free Europe / Radio Liberty

ความสัมพันธ์ทางการทูต ไทย – จอร์เจีย

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2561 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชวโรกาสให้ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งจอร์เจียประจำประเทศไทย เฝ้าทูลละอองพระบาท ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง
เนื่องจากประเทศไทยไม่มีสถานทูตจอร์เจีย เอกอัครราชทูตท่านนี้จึงปฏิบัติหน้าที่ประจำอยู่ที่กรุงนิวเดลี

ก่อนหน้านี้ถ้าชาวจอร์เจียจะมาเที่ยวประเทศไทยต้องใช้วีซ่า แต่ตอนนี้มีประกาศออกมาแล้วว่า ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2562 เป็นต้นไป นักท่องเที่ยวจอร์เจียสามารถทำวีซ่า on arrival ได้เป็นเวลา 15 วันค่ะ (แต่คนไทยเรายังคงไปเที่ยวจอร์เจียได้เป็นปีไม่ต้องมีวีซ่านะคะ)

ในภาพอาจจะมี 4 คน, ผู้คนกำลังยืน, ดอกไม้, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ


เมื่อเดือนมีนาคม ในปีเดียวกันนี้ สมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรอารามจวารี มหาวิหารสเวทีสโคเวลี สวนพฤกษศาสตร์แห่งชาติจอร์เจีย และเขตเมืองเก่ากรุงทบิลิซิ

Photo credit: Ministry of Foreign Affairs of Georgia, Tazo Darchidze

Katskhi เสาหินปูนเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

เสา Katskhi เป็นเสาหินปูนเกิดขึึ้นเองตามธรรมชาติ ตั้งอยู่ที่หมู่บ้าน Katskhi มีความสูงประมาณ 40 เมตร

บนเสาหินนี้มีซากโบสถ์ คาดว่าสร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 6 และ 8 ซึ่งก่อนศาสนาคริสต์จะเข้ามาเผยแผ่นั้น ชาวบ้านต่างเคารพบูชาเสาหินนี้ว่าเป็นเทพพระเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์

ต่อมาแม้ว่าชาวบ้านนับถือคริสต์ศาสนา ก็ยังศรัทธาและเชื่อว่านี่เสาหินนี้เป็นสถานที่ที่ทำให้คนสามารถเข้าถึงพระเจ้าได้ค่ะ ที่เสาหิินปรากฏคำจารึกซึ่งเขียนในคริสต์ศตวรรษที่ 13 กล่าวว่าชาวบ้านต่างเคารพบูชาว่าเป็นเสาแห่งชีวิต และเป็นสัญลักษณ์ของ True cross (ไม้กางเขนที่ใช้ตรึงพระเยซู) ต่อมาเสาหินแห่งนี้ถูกทิ้งร้างหลังจากการบุกรุกของออตโตมัน เหลือเพียงแค่ซากโบสถ์เท่านั้นค่ะ

ในปี 1995 นักบุญ Maxime Qavtaradze ได้เข้าไปหลบภัย และปฏิบัติธรรมอยู่อย่างสันโดษ ต่อมาหลังจากท่านมรณะภาพไปแล้ว (ขอใช้ศัพท์แบบชาวพุทธนะคะ) ได้มีการบูรณะโบสถ์และสร้างโบสถ์ใหม่เพื่ออุทิศให้ท่าน

ปัจจุบันมีนักบวชท่านอื่นอาศัยอยู่ โดยท่านปีนลงบันไดเหล็กมาข้างล่างสัปดาห์ละหนึ่งครึ่ง เพื่อพบปะศาสนิกชน โดยใช้เวลาปีนลงมาประมาณ 20 นาที และมีอาสาสมัครคอยช่วยส่งเสบียงอาหารและเครื่องใช้ผ่านรอกขึ้นไปให้ท่าน

Photo credit: My best place around the world