ขอบพระคุณ พี่น้ำตาล กับพี่แอ้ม ที่ให้ “สวัสดีจอร์เจีย” ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเดินทางครั้งนี้นะคะ ทริปนี้เป็นทริปที่น่ารัก สวีท เสมือนว่ามาฮันนีมูน แสนอบอุ่นท่ามกลางความหนาวเย็นบนคอเคซัสค่ะ






เที่ยวจอร์เจีย: ไข่มุกแห่งคอเคซัส Travel in Georgia: Pearl of the Caucasus
ขอบพระคุณ พี่น้ำตาล กับพี่แอ้ม ที่ให้ “สวัสดีจอร์เจีย” ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเดินทางครั้งนี้นะคะ ทริปนี้เป็นทริปที่น่ารัก สวีท เสมือนว่ามาฮันนีมูน แสนอบอุ่นท่ามกลางความหนาวเย็นบนคอเคซัสค่ะ





“Discipline is the bridge between goals and accomplishment.” Jim Rohn
วินัยคือสะพานที่เชื่อมระหว่างเป้าหมายและความสำเร็จ
ใครที่มาเที่ยว Borjomi นอกจากจะชิมน้ำแร่แล้ว อย่าลืมนั่งกระเช้าชมเมืองนะคะ บรรยากาศจะแตกต่างไปจากกระเช้าที่ Tbilisi วิวทิวทัศน์ดีแค่ไหนต้องไปพิสูจน์กันเอง เมืองนี้สวยทุกฤดู ตอนขาลงจะรู้สึกหวิวนิดๆ ไม่แนะนำสำหรับคนกลัวความสูงค่ะ
“หมูปิ้ง” เป็นสุนัขเพศเมียที่แอดมินเจอในเมือง Mestia ตอนไป Hiking ที่เส้นทาง Mestia – Koruldi lake พอเจอกันครั้งแรก หมูปิ้งก็เดินตามแอดมินขึ้นเขา คอยเป็นไกด์และบอดี้การ์ด
สาเหตุที่ชื่อ “หมูปิ้ง” เพราะแอดมินเกิดหิวคิดถึงอาหารไทยระหว่างเดินกลางภูเขา ในกระเป๋าก็มีเพียงคชาปุริ (พิซซ่าชีส)และขนมปังจอร์เจียเท่านั้น อยู่ๆก็นึกอยากกินหมูปิ้ง จึงตั้งชื่อนี้ให้ไกด์ตัวน้อย จากนั้นพอเรียกหมูปิ้งๆ ก็วิ่งมาหาอย่างไว พอโยนขนมปังให้ก็รีบกิน
อย่างเอร็ดอร่อย ต่างไปจากสุนัขบางตัวใน Tbilisi , Borjomi ที่ไม่กินขนมปัง พวกแอดมินปีนเขากันแค่สองคน สักสองสามชั่วโมงจะได้เจอคนบ้าง พอมีหมูปิ้งเดินไปด้วยเลยทำให้การเดินทางของเรามีสีสันและเรื่องน่าตื่นเต้นเพิ่มขึ้นไปอีก
รอชมคลิปหมูปิ้งเดินขึ้นเขาไปกับพวกแอดมินได้ในอีกไม่นานนะคะ
ภาพนี้แอดมินถ่ายจาก Guest house แห่งหนึ่งที่ไปพักในหมู่บ้าน Ushguli เมื่อปลาย พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งยังเป็นช่วง low season หญ้ายังเขียวไม่หมด ดอกไม้ยังบานไม่มาก ทะเลสาบบางแห่งถูกหิมะปกคลุมอยู่ ใครที่จะมาเที่ยวหรือพักในหมู่บ้านแห่งนี้ แอดมินขอบอกก่อนว่าจะต้องเจออะไรบ้าง อันดับแรกคือถนนขรุขระ อันตราย ฝั่งหนึ่งเป็นภูเขาที่หินพร้อมจะตกลงมาปิดเส้นทางเมื่อไหร่ก็ได้ อีกฝั่งเป็นเหวมีแม่น้ำไหลเชี่ยว เวลาเดินทางจาก Mestia มายังหมู่บ้านนี้จะต้องเช่ารถท้องถิ่นมาเท่านั้น ไม่สามารถขับมาเองได้ เพราะเส้นทางโหดมากค่ะ 46 กม. ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง
เมื่อมาถึงแล้วท่านจะได้พบธรรมชาติ และวิถีชีวิตชนบทแบบดิบๆ ไม่ต้องปรุงแต่ง ดิบอย่างไรท่านจะได้กลิ่นเอง ไม่ใช่กลิ่นลาเวนเดอร์แต่เป็นกลิ่นมูลสัตว์ที่ชาวบ้านเลี้ยงค่ะ มีทั้งวัว ม้า หมู และอื่นๆ ถ้าใครเจอฟ้าเปิดก็จะโชคดีมาก ถ้าเจอฝนตกก็จะเดินบนโคลน ฉะนั้นเลือกรองเท้าให้เหมาะกับหมู่บ้านนี้นะคะ ต่อมาเรื่องการค้างคืนที่นี่ Guest house ที่แอดมินพักไม่มี Wifi คืนหนึ่งไฟดับทั้งหมู่บ้าน ก็มืดไปทั้งหุบเขา โชคดีที่ Guest house นี้มีเครื่องปั่นไฟ เลยไม่ต้องถึงกับจุดเทียน ส่วนอาหารเย็นแอดมินใช้บริการของที่พักค่ะ ราคาถูกกว่าร้านอาหาร แถมเจ้าของบ้านทำด้วยความเอาใจใส่ แอดมินบอกเค้าว่าไม่กินเนื้อวัว (อาหารท้องถิ่นแถบนี้ส่วนใหญ่ทำจากเนื้อวัว) เค้าก็เปลี่ยนเป็นใช้หมูแทน จากที่เคยบ่นว่าไม่มีเน็ตกลายเป็นประทับใจที่พักนี้มากค่ะ
เด็กๆที่นี่น่ารัก มีความพยายามจะสื่อสารกับนักท่องเที่ยวเป็นภาษาอังกฤษ ส่วนสุนัขตัวใหญ่สายพันธ์ุโบราณแลดูน่ากลัว แต่กลับเป็นมิตรสายหางดุ๊กดิ๊กเดินตามนักท่องเที่ยว วิวทิวทัศน์เบื้องหลังหมู่บ้านเป็นธารน้ำแข็ง หากใครได้ค้างคืนที่นี่อาจจะเดินหรือเช่ารถไปชม แต่ถ้าใครไปเช้าเย็นกลับ Mestia ก็สามารถเดินไปถ่ายรูปแถวเนินเขาตรงโบสถ์ Lamaria ส่วนเรื่องความสวยจะงดงามและคุ้มค่ากับการผจญภัยมาหรือไม่นั้น อยู่ที่ท่านเป็นคนตัดสินใจค่ะ อย่าลืมนะคะว่าทิวทัศน์จะแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล เขาว่ากันว่าสวยที่สุดคือซัมเมอร์
หลายประเทศในยุโรปกำลังพบกับคลื่นความร้อนที่รุนแรงสุดในรอบ 16 ปี สำหรับคนที่จะมาเที่ยวประเทศจอร์เจียอย่าเพิ่งกังวลค่ะ ที่นี่ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด
อากาศใน Tbilisi กลางวันอุณหภูมิประมาณสามสิบกว่าองศา กลางคืนประมาณยี่สิบองศา ถือว่าสภาพอากาศปกติในช่วงซัมเมอร์ อาจจะเจอลมและฝนบ้างในบางวัน แต่ยังคงท่องเที่ยวได้ตามปกติ
ยกเว้นถ้าวันไหนลมแรงมากเคเบิ้ลคาร์จะปิดให้บริการเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวค่ะ
อีกไม่กี่วันจะพาแขกไปล่องเรือหารัก ที่ Martvili canyon แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอันงดงามแม้ในยามฝนโปรยปราย
ปล.ช่วงนี้ไฮซีซั่น ทริปค่อนข้างแน่น แอดมินตั้งเวลาโพสต์ล่วงหน้า ขออภัยหากตอบช้าค่ะ
ริมฝั่งน้ำ Aragvi ช่วงเดือนสิงหาคม มีดอกไม้ให้ชมเล็กน้อย ไม่มากเท่าช่วงมิถุนายนถึงกรกฎาคม ถ้าฤดูหนาวมาเยือนบริเวณนี้ก็จะมีสีขาวโพลนไปด้วยหิมะ ซึ่งงดงามแตกต่างกันไปตามฤดูกาลค่ะ
Shkhara glacier ยอดเขาสูง 5,201 เมตร จากระดับน้ำทะเล (ภูเขาที่สูงเป็นอันดับที่ 3 ของยุโรป) เป็นทิวทัศน์ธารน้ำแข็งที่อลังการงานสร้างมาก (ในวันฟ้าเปิด) ถ้าใครไปเที่ยว Ushguli หมู่บ้านที่สูงสุดในยุโรปก็จะได้เห็นธารน้ำแข็งนี้เป็นฉากหลัง หากอยากจะไปชมในระยะใกล้ ต้อง Hilking หรือเช่าม้าไป ซึ่งหมายถึงว่าต้องค้างคืนใน Ushguli อย่างน้อยหนึ่งคืน เพราะอาจจะกลับ Mestia ไม่ทันภายในหนึ่งวัน
ฤดูกาลที่เหมาะแก่การเยี่ยมชม สำหรับแอดมินคิดว่า เป็นช่วงปลายพ.ค.ถึง ส.ค. เพราะเป็นช่วงที่สีเขียวขจีของหญ้าตัดกับสีขาวของธารน้ำแข็ง มีดอกไม้สีสันสวยงาม ให้ชมระหว่างทาง การเดินทางสะดวกกว่าฤดูหนาวตรงที่ไม่มีหิมะบนถนน กลางวันยาวนานฟ้ามืดประมาณเกือบสามทุ่ม ทำให้เราเดินทอดน่องถ่ายรูปได้เรื่อยๆ
แต่ข้อเสียของช่วงเวลาดังกล่าว คือ มีปริมาณน้ำฝนมาก ถ้าวันไหนมีฝนตก ก็อาจจะมองเห็นธารน้ำแข็งเพียงบางส่วน หรืออาจจะไม่เห็นเลย ภาพนี้ถ่ายเมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แอดมินไปสองวันหนึ่งคืน เจอเมฆกับฝนอย่างละวัน ในภาพจึงเห็นธารน้ำแข็งไม่มาก ส่วนของจริงจะอลังการแค่ไหน ต้องลองมาเยี่ยมชมสักครั้งนะคะ
ปล.หากใครจะไป Hiking ที่ธารน้ำแข็งนี้ต้องมีวันลามาก และกำลังขาในการเดินพอสมควร เนื่องจากอยู่ห่างไกลจากเมืองหลวง ต้องเดินทางหลายต่อ ใช้เวลานาน และสถานที่บางแห่งต้องเดินเท้าเข้าไปเท่านั้นค่ะ