การขอเรสซิเดนซ์ และสัญชาติจอร์เจีย

ข้อดีของการมีเรสซิเดนซ์จอร์เจีย

– บุคคลที่ถือเรสซิเดนซ์ถาวร ครบ 6 ปี สามารถยื่นขอสัญญาติจอร์เจีย โดยไม่ต้องสละสัญชาติเดิม และเมื่อมีหนังสือเดินทางจอร์เจีย ก็สามารถเดินทางเข้าประเทศกลุ่มเชงเก้นโดยไม่ต้องใช้วีซ่า- สามารถทำงาน ศึกษา อาศัยในจอร์เจียอย่างถูกต้องตามกฎหมาย- สามารถขอสินเชื่อจากธนาคาร ลงทุนทำธุรกิจต่างๆ ได้- ขอลดหย่อนค่ารักษาพยาบาล จ่ายค่าบริการ ค่าเข้าชมสถานที่ในราคาเท่ากับพลเมืองจอร์เจีย

ประเภทของเรสซิเดนซ์จอร์เจีย แบ่งตามระยะเวลา

– เรสซิเดนซ์แบบชั่วคราว ระยะเวลาสูงสุดในการออกเรสซิเดนซ์ชั่วคราวในจอร์เจียเพิ่มขึ้นจาก 6 ปีเป็น 12 ปี

– เรสซิเดนซ์แบบถาวร บัตรมีอายุ 5 ปี หมดอายุแล้วก็ไปต่อใหม่เหมือนเวลาบัตรประชาชนหมดอายุ

ประเภทของเรสซิเดนซ์จอร์เจีย แบ่งตามเหตุผลในการอาศัย

– ทำงาน

หากส่งข้อมูลการทำงานหรือประกอบธุรกิจในจอร์เจีย และมีเอกสารรับรองเงินอย่างน้อย 50,000 ลารี่ (ประมาณ 500,000 บาท) ต่อปี ยกเว้นสำหรับพนักงานของสถาบันการศึกษาและการแพทย์ 35,000 ลารี่ (ประมาณ 350,000 บาท) ต่อปี

– ศึกษา

บุคคลที่เข้าศึกษาในสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรองตามกฎหมายของจอร์เจีย ระยะเวลาของเรสซิเดนซ์จะขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการศึกษา ตามกฎหมายแล้วจะมีอายุหนึ่งปี แล้วสามารถต่ออายุได้ในภายหลัง

– อดีตพลเมืองของจอร์เจีย

ใบอนุญาตประเภทนี้ สำหรับผู้ที่เคยมีสัญชาติจอร์เจีย แต่สละสัญชาติ

– ผู้ติดตาม

ใบอนุญาตประเภทนี้ ออกให้กับสมาชิกในครอบครัวของชาวต่างชาติที่มีเรสซิเดนซ์อยู่ในจอร์เจียแล้ว เช่น สามีเป็นคนไทย ได้เรสซิเดนซ์จอร์เจียแล้ว ภรรยาและบุตรสามารถขอเรสซิเดนซ์ในฐานะผู้ติดตามได้

– บุคคลไร้สัญชาติ

ใบอนุญาตนี้ออกให้สำหรับบุคคลไร้สัญชาติที่อาศัยในจอร์เจีย

– เรสซิเดนซ์แบบพิเศษ

ออกให้ชาวต่างชาติที่ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมหรือการค้ามนุษย์

– เจ้าของอสังหาริมทรัพย์

ก่อนหน้านี้ จนถึงปี 2019 ผู้ที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์มูลค่า 35,000 ดอลลาร์ สามารถขอเรสซิเดนซ์ได้ แต่ต่อมารัฐบาลได้เพิ่มเกณฑ์ขั้นต่ำเป็น 100,000 ดอลลาร์ ใบอนุญาตดังกล่าวมีอายุ 1 และหากยังเป็นเจ้าของทรัพย์สินก็สามารถต่ออายุได้ทุกปี

– การแต่งงาน

ใบอนุญาตนี้ออกให้บุคคลที่แต่งงานกับพลเมืองของจอร์เจีย หรือสมาชิกในครอบครัว เป็นพลเมืองจอร์เจีย

นอกจากนี้ยังมีการออกใบอนุญาตเรสซิเดนซ์ถาวรสำหรับชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในจอร์เจียมานานกว่า 6 ปีโดยใช้ใบอนุญาตมีถิ่นที่อยู่ชั่วคราว ช่วงเวลาดังกล่าวไม่นับในกรณีที่ศึกษาหรือการทำงานในคณะทูต

– เรสซิเดนซ์ถาวรเพื่อการลงทุนสามารถออกให้ชาวต่างชาติ (และสมาชิกที่ใกล้ชิดที่สุดในครอบครัว) ซึ่งลงทุนในประเทศ จำนวน 300,000 ดอลลาร์ในช่วงปีแรกหลังการลงทุน ต้องมีมูลค่าการซื้อขายในธุรกิจอย่างน้อย 50,000 ดอลลาร์ ในช่วงปีที่สอง ไม่น้อยกว่า 100,000 ดอลลาร์และในอีก 3 ปีข้างหน้า ไม่น้อยกว่า 120,000 ดอลลาร์

การขอสัญชาติจอร์เจีย

– เด็กที่มีพ่อ หรือแม่ เป็นพลเมืองจอร์เจีย จะได้สัญชาติจอร์เจีย ไม่ว่าจะเกิดในจอร์เจียหรือในประเทศอื่นๆ แต่เด็กที่พ่อแม่ไม่ใช่พลเมืองจอร์เจีย แม้ว่าเกิดที่นี่ ก็ไม่ได้รับสัญชาติจอร์เจีย

– ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในจอร์เจียเป็นเวลาอย่างน้อย 10 ปี มีสิทธิ์ที่จะยื่นขอสัญชาติ บุคคลนั้นจำเป็นต้องมีความรู้ภาษาจอร์เจียในระดับที่ดี และมีความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ พื้นฐานของกฎหมายของประเทศ หมายเหตุ:ชาวต่างชาติที่ขอสัญชาติจอร์เจียไม่จำเป็นต้องสละสัญชาติเดิม

บูลลี่ในจอร์เจีย?

หลายท่านสอบถามพวกเราทุกวันว่าสถานการณ์ในจอร์เจียนั้นปลอดภัยสำหรับคนเอเชียที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวหรือไม่?   ผมจึงตัดสินใจเขียนโพสต์นี้  อันที่จริงผมจะเขียนในภาษาจอร์เจีย แต่เกรงว่า google อาจจะไม่แปลถูกต้อง ทำให้เข้าใจผิดได้  ผมจึงตัดสินใจใช้ภาษากลาง คือ ภาษาอังกฤษ แต่ถ้าคุณไม่เข้าใจบางสิ่งหรือมีคำถามเพิ่มเติม สามารถสอบถามเป็นภาษาไทยในช่องแสดงความคิดเห็นได้นะครับ

สำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาพอที่จะอ่านโพสต์ทั้งหมด ผมขอพูดสั้นๆ ว่า ไม่มีการบูลลี่ต่อนักท่องเที่ยวเอเชีย   บุคลิกลักษณะของคนจอร์เจียนั้นไม่ใช่คนที่จะบูลลี่ใครๆ    สำหรับคนที่เคยเดินทางมาเที่ยวจอร์เจียแล้ว คุณเคยเห็นการบูลลี่นักท่องเที่ยวรัสเซียบ้างไหม? กลุ่มนักท่องเที่ยวหลักในจอร์เจียคือ ชาวรัสเซีย แต่มีบางท่านอาจจะไม่ทราบว่า   11  ปีที่ผ่านมามีสงครามเกิดขึ้นระหว่างจอร์เจียและรัสเซีย  สงครามที่มีการใช้รถถัง ระเบิดและอื่น ๆ

20% ของดินแดนจอร์เจียยังถูกรัสเซียครอบครอง  บางคนอาจพูดว่าจริงเหรอ ?   ถ้ารัสเซียมีสงครามกับจอร์เจีย    ทำไมคนจอร์เจียยังคงต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย มันจะเป็นไปได้อย่างไร ?

เป็นเรื่องจริงครับ   สำหรับคนที่เคยเดินทางมาเที่ยวจอร์เจีย จะเห็นได้ว่า ไม่มีการเลือกปฏิบัติ หรือบริการที่แตกต่างกับนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวที่มาจากยุโรป รัสเซีย  หรือเอเชีย

ชาวจอร์เจียเชื่อว่า  แขกมาจากพระเจ้า   การดูหมิ่นต่อแขก หมายถึง  ไม่เคารพต่อพระเจ้า แม้ว่าจะมีศัตรูมาเป็นแขก นั่นหมายความว่ามีเหตุผลบางอย่างที่พระเจ้าส่งพวกเขามาให้เรา

ถ้าเหตุผลข้างต้นไม่เพียงพอ โปรดทราบว่าจอร์เจียเป็นประเทศที่เคร่งครัดในศาสนามากชาวจอร์เจียจึงพยายามอย่างดีที่สุดที่จะไม่ทำบาป   แต่ฉันเข้าใจว่ามีคนที่ต้องการคำอธิบายที่ดีกว่านี้

เหตุการณ์จริงที่ผมจะเล่า จะทำให้คุณเข้าใจคนจอร์เจียมากขึ้นครับ

ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2  ถนนสายทหารของจอร์เจีย (ถนนที่เชื่อมต่อ Gudauri กับ Kazbegi) เป็นหนทางเดียวที่พันธมิตรจะส่งกองทหาร  อุปกรณ์  และเครื่องจักรไปยังโซเวียต   ถนนสายนี้มีปัญหาอย่างหนึ่ง คือ ถูกปิดเป็นเวลาหลายเดือนเนื่องจากหิมะตกหนัก แต่ในช่วงเวลาแห่งสงครามนั้นไม่มีข้อแม้ใด ๆ    ท่ามกลางสภาพอากาศที่เลวร้ายมีเพียงถนนสายเดียวที่ควรใช้งานได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง   โซเวียตจึงตัดสินใจสร้างอุโมงค์  ซึ่งอยู่ทางด้านซ้ายมือเวลาที่คุณเดินทางไปเมือง Kazbegi  พวกเขานำเชลยเยอรมันจำนวนมากไปสร้างอุโมงค์  ซึ่งขณะนั้นเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วงและมีเวลาค่อนข้างจำกัด โซเวียตบังคับให้เชลยเยอรมันทำงานตลอด 24 ชั่วโมง  อุโมงค์แห่งนี้ต้องเสร็จก่อนหิมะตก ทำให้เชลยหลายคนเสียชีวิตด้วยความเหนื่อยล้า

โซเวียตโยนศพเชลยทั้งหมดทิ้งเหมือนขยะ  ผู้สูงวัยในเมือง Kazbegi ต่างมาขออนุญาตโซเวียตให้ฝังศพเชลยเหล่านี้ตามประเพณีดั้งเดิม โซเวียตรู้สึกประหลาดใจและตกใจกับคำขอดังกล่าว  จึงกล่าวว่า:   ชาวเยอรมันเหล่านี้เป็นศัตรูมาประเทศคุณเพื่อฆ่าพ่อแม่ ฆ่าลูก ๆ ของคุณ และฆ่าคุณ   คนจอร์เจียตอบว่า: ใช่เรารู้ว่าพวกเขาเป็นศัตรูพวกเขามาเพื่อฆ่าพวกเราทุกคน แต่พวกเขายังเป็นคนและเราควรฝังพวกเขา …

สุสานเยอรมันอยู่ทางซ้ายห่างจากอนุสาวรีย์มิตรภาพประมาณ 2 กม.  ท่านสามารถสังเกตได้จากไม้กางเขนอยู่บนยอดเขา นั่นคือ สุสานของทหารเยอรมันที่มาเป็นศัตรู แต่ก็ยังได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพ หากนี่เป็นสิ่งที่ชาวจอร์เจียปฏิบัติต่อศัตรูของเขา  คุณสามารถจินตนาการได้ว่าชาวจอร์เจียจะปฏิบัติต่อแขกของเขาอย่างไร

จากที่กล่าวมาข้างต้น  ไม่ว่าคุณมาเป็นกลุ่มหรือมาคนเดียว   อย่าเปลี่ยนความคิด  ทุกคนในจอร์เจียยินดีต้อนรับครับ

แอดมินคอส เขียน , แอดมินโบว์ แปล

ภาพประกอบจาก В. Майоров 2017г

คำเรียก “พ่อ” ในภาษาจอร์เจีย

เนื่องจากวันนี้เป็นวันพ่อ แอดมินมีเรื่องเกี่ยวกับพ่อของคนจอร์เจียกับคนรัสเซียมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

คนจอร์เจียเรียกพ่อว่า Mama หรือ Mamiko
เรียกแม่ว่า Deda หรือ Dediko

ในขณะที่คนรัสเซีย เรียกพ่อ ว่า отец (otets) หรือ папа (papa)
เรียกแม่ว่า мать (mat) หรือ мама (mama)

น่าสังเกตว่าในหลายภาษาเรียกแม่ ด้วยเสียง M (เช่น ไทย จีน อังกฤษ รัสเซีย ฯลฯ) แต่ภาษาจอร์เจียที่เป็นหนึ่งในภาษาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ใช้เสียง M ในการเรียกพ่อ และใช้เสียง D ในการเรียกแม่

แอดมินจึงคิดเล่นๆ ว่า ปกติเด็กเล็กจะเรียก แม่ ได้ก่อน เรียกพ่อ เพราะเสียง M ออกเสียงง่ายกว่า คนจอร์เจียอาจจะอยากให้ลูกเรียกพ่อได้ก่อนเรียกแม่ จึงใช้คำเรียกพ่อด้วยเสียง M ค่ะ อันนี้ความเห็นส่วนตัวนะคะ จริงเท็จแค่ไหน ต้องศึกษาในระดับลึกต่อไปค่ะ

อีกเรื่องหนึ่งที่แอดมินเรียนมา คือ การเรียกชื่อของคนรัสเซีย จะเรียกชื่อคน และเรียกชื่อพ่อของคนนั้นต่อท้าย ซึ่งชื่อพ่อก็จะผันตามเพศของชื่อคนๆนั้นค่ะ เช่น
อเล็ก กับ มาเรีย มีพ่อชื่อ วิกเตอร์ เราจะเรียกชื่อพวกเขาว่า
อเล็ก วิกเตอโรวิช
มาเรีย วิกเตอโรนา

จากที่กล่าวมาสองชาตินี้ให้ความสำคัญกับพ่อมากทีเดียว ค่ะ วันนี้วันพ่ออย่าลืมบอกรักพ่อและทำดีต่อท่านในทุกๆวันนะคะ